หางาน สมัครงาน งานราชการ งานเอกชน หางานด่วน สมัครงานด่วน ประกาศงานด่วน ประกาศงานฟรี กับเราที่นี่ สายด่วนคนหางาน

เข้าสู่ระบบ


บริการเสริมพิเศษ !!!















รัฐถกผู้เลี้ยงเฟ้นมาตรการแก้ปัญหา คนไทยเจอเคราะห์ซ้ำกรรมซัด กินหมู-ไข่่-ไก่ราคาแพงไม่เลิก

รัฐถกผู้เลี้ยงเฟ้นมาตรการแก้ปัญหา คนไทยเจอเคราะห์ซ้ำกรรมซัด กินหมู-ไข่่-ไก่ราคาแพงไม่เลิก

 มีประชาชนและผู้ประกอบการร้องเรียนขอให้กรมการค้าภายในออกตรวจสอบราคาหมูและไข่ไก่ที่ขยับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่หลังการเลือกตั้ง

 

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า มีประชาชนและผู้ประกอบการร้องเรียนขอให้กรมการค้าภายในออกตรวจสอบราคาหมูและไข่ไก่ที่ขยับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่หลังการเลือกตั้ง โดยราคาไข่ไก่คละปรับขึ้นต่อเนื่องสัปดาห์ละ 10 สตางค์/ฟอง ทำให้ราคาไข่ไก่เบอร์ 0 มาอยู่ที่ 41-42 บาท/ฟอง ส่วนเบอร์ 2-3 ที่นิยมบริโภคทั่วไป ฟองละ 3.70-3.80 บาท หรือเฉลี่ยสูงขึ้นฟองละ 2 บาท ขณะที่ราคาเนื้อหมูชำแหละตามตลาดสด กิโลกรัม (กก.) ละ 160-180 บาท สูงกว่าราคาที่กรมการค้าภายในแนะนำไม่เกิน กก.ละ 140 บาท และมีแนวโน้มที่ราคาจะสูงขึ้นต่อเนื่องเมื่อถึงเทศกาลสารทจีนในเดือน ส.ค.นี้

 

ทั้งนี้ จากข้อมูลเบื้องต้นที่กรมการค้าภายในตรวจสอบจากสมาคมผู้เลี้ยงสุกร และสมาคมผู้เลี้ยงไข่ไก่ พบว่า ราคาที่ขยับขึ้น เพราะผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง เนื่องจากภาวะโรคระบาดทั้งในหมู และไก่ไข่ รวมถึงปัญหาอากาศแปรปรวน ทำให้ให้ผลผลิตน้อยลง ขณะที่ความต้องการบริโภคในประเทศและการส่งออกสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาเนื้อหมูในท้องตลาดเกินราคาแนะนำมาก นอกจากนี้ยังมีปัญหาด้านแรงงาน ที่มีการเรียกร้องขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท จึงเกิดการต่อรองและมีผลต่อการผลิตบางส่วน จึงเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ราคาสินค้าเกษตรมีราคาแพงขึ้นในช่วงนี้

 

นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ในวันนี้ (29 ก.ค.) จะหารือกับสหกรณ์ผู้เลี้ยงสุกรเพื่อประเมินสถานการณ์ และหามาตรการดูแลเนื้อหมูให้เพียงพอกับการบริโภคในประเทศ “คงจะคุมราคาไม่ได้ แต่ตอนนี้ดูไม่ให้ขาดแคลนก่อน ที่ขยับขึ้นก็ไม่ใช่เพราะมีการเก็งกำไร แต่ผู้เลี้ยงมีภาระมากจากที่เสียหาย แต่เมื่อผลผลิตมากขึ้น ราคาก็จะอ่อนตัวลง แต่เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยจะเชื่อมโยงผู้เลี้ยงให้นำเนื้อหมูไปขายราคาถูกในงานธงฟ้า แต่ก็จะติดตามปริมาณอย่างใกล้ชิด หากเห็นว่าในประเทศตึงตัวมาก ก็จะเสนอให้รัฐบาลใช้มาตรการห้ามส่งออกชั่วคราว”.

 

ขอบคุณ : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ


 

ข่าวเศรษฐกิจ ทั้งหมด